เลือกหน้า
7 วิธีแก้ปัญหา “บ้านร้อน”

7 วิธีแก้ปัญหา “บ้านร้อน”

บ้านไม่ใช่เตาอบ! 7 วิธีแก้ปัญหา “บ้านร้อน” แบบอยู่หมัด

ร้อนแบบนี้พาลทำให้หลายคนไม่อยากย่างก้าวออกไปไหนเลยค่ะ ขอหลบแดดนอนอยู่ในบ้านจะดีกว่า แต่ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ข้างนอกว่าร้อนแล้ว ในบ้านก็ร้อนไม่แพ้กัน ! อยู่ในบ้านเหมือนอยู่ในเตาอบแบบนี้ ทำยังไงดีล่ะจะเปิดแอร์ทั้งวี่ทั้งวันมีหวังล้มละลายกันพอดี ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้ MASTERKOOL มีวิธีดีๆที่ช่วยลดอุณหภูมิในบ้านของคุณลงได้ง่ายๆ ช่วยทำให้บ้านของคุณเย็นสบายหายร้อนมาฝากกันแล้วค่ะ

1. หลังคา

เอาล่ะ ! เรามาเริ่มกันที่ส่วนของบ้านที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มากที่สุดอย่าง “หลังคา” กันก่อนเลย ในสมัยก่อนในเรื่องการจัดการความร้อนนั้น ภูมิปัญญาของชาวไทยมักนิยมสร้างบ้านที่มีหน้าจั่วสูงเพราะจะช่วยระบายความร้อนได้ดี แต่ปัจจุบันด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปการสร้างบ้านก็นิยมทำกันในสไตล์โมเดิร์นมีความเป็นตะวันตกมากกว่า ซึ่งบางที่ก็อาจจะไม่เหมาะกับอากาศบ้านเราเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร วิธีแก้ง่ายๆเดี๋ยวนี้เค้าก็มี “ฉนวนกันความร้อน” ที่สามารถติดตั้งไปบนฝ้าใต้หลังคา ช่วยลดอุณหภูมิได้หลายองศา ไปจนถึงกระเบื้องหลังคาสมัยนี้บางชนิดก็สามารถกันความร้อนได้เลยก็มีค่ะ สามารถเดินไปที่ร้านวัสดุสำหรับบ้านแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำได้เลย ช่วยได้แน่นอน

2. ผ้าม่าน

ผ้าม่านก็มีส่วนช่วยในเรื่องการลดความร้อนในบ้านได้ค่ะ เพียงเลือกผ้าม่านชนิดกันแสง หรือที่เรียกว่า ม่านแบล็คเอาท์ ( Black Out ) ที่จะเป็นตัวช่วยกันแสงได้ชนิดว่ามืดสนิท ลืมวันลืมคืน กรองแสงที่จะเข้ามาในบ้านได้กว่า 90% ทำให้ความร้อนในบ้านลดลงด้วย หรือถ้าไม่ชอบม่านแบบนี้เพราะดูหนาทึบหรือราคาแพงเกินไป ก็สามารถใช้ผ้าม่านเนื้อเบาโปร่งบางก็ได้นะคะ สามารถช่วยทำให้อากาศถ่ายเท หมุนไหวได้ดีขึ้น แต่แนะนำเป็นแบบสีอ่อน เพราะจะดูดความร้อนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับม่านสีเข้มค่ะ

3. สี

“สี” ก็ช่วยทำให้บ้านของคุณรู้สึกเย็นขึ้นได้นะคะ โดยให้เลือกใช้สีโทนสว่าง อย่างสีขาว หรือสีในโทนพาสเทลภายในบ้าน รวมถึงสีของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพราะสีอ่อนจะไม่กักเก็บความร้อนเท่าโทนสีเข้ม ทำให้ระหว่างวันมีการคายความร้อนออกมาน้อยกว่า รวมถึงในทางทางจิตวิทยาสีอ่อนยังให้ความรู้สึกที่ดูสบายตา ช่วยหลอกตาให้พื้นที่ของบ้านดูกว้างขึ้น ไม่อึดอัดด้วยค่ะ

4. ฟิล์ม

ไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือ หรือ กระจกรถยนต์เท่านั้นที่ติดฟิล์มกรองแสงได้ “บ้าน” ก็สามารถติดฟิล์มกรองแสงได้เช่นกันค่ะ เหมาะมากๆกับบ้านหรือคอนโดสมัยนี้ที่มีการตกแต่งด้วยกระจกเยอะๆ เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกสบาย แต่ในทางเดียวกันก็ทำให้ความร้อนและแสงแดดเข้ามาได้บ้านได้มากขึ้นด้วย ซึ่งวิธีการติดฟิล์มกรองแสงนี้จะสามารถช่วยได้มากเลยค่ะ โดยจะมีให้เลือกใช้หลายแบบ หลายเกรดแตกต่างกันไป เช่น ฟิล์มกระจก ฟิล์มกันแสง UV เป็นต้น

5. ต้นไม้

วิธีเบสิคสุดๆที่หลายคนคงพอจะทราบกันดีอยู่แล้วนั่นก็คือการใช้ “ต้นไม้” หรือสีเขียวนี่แหละมาเป็นตัวช่วยคลายความร้อนให้กับบ้าน จริงๆแล้วแค่รอบบ้านคุณมีต้นไม้ปลูกไว้โดยรอบมองเฉยๆเราก็รู้สึกเย็นใจแล้วนะคะ แต่ถ้ายิ่งมีต้นไม้ใหญ่สักต้นยืนต้นในทิศตะวันตกหรือทิศใต้ซึ่งเป็นทิศที่แดดส่องช่วงบ่าย และหมั่นตัดเล็มกิ่งก้านให้ลมพัดผ่านได้สะดวกอยู่เสมอ บ้านของคุณจะร่มรื่นเย็นสบายขึ้นมากเลยค่ะ

6. หลอดไฟ

เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างหลอกไฟภายในบ้าน แค่เลือกที่จะเปลี่ยนก็ทำให้บ้านของคุณเย็นขึ้นได้ค่ะ โดยให้หันมาเลือกใช้หลอดประหยัดไฟอย่างเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) หลอดผอม หลอด LED เพราะนอกจะไม่กินไฟแล้ว ยังคลายความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดแบบไส้ด้วย มีส่วนช่วยทำให้อุณหภูมิได้บ้านลดลงได้ค่ะ

7. พัดลมไอเย็น

แต่ถ้าร้อนจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็ต้องอาศัยตัวช่วยที่ทันใจ ซึ่งตัวเลือกอันดับ 1 ก็คงตกเป็นของเครื่องปรับอากาศ แต่ถ้าเปิดตลอดทุกวันก็คงไม่ไหว ค่าไฟคงแพงหัวแตก ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำให้เลือกใช้พัดลมไอเย็นดูบ้างค่ะ โดยแนะนำว่าให้เลือกเป็น “พัดลมไอเย็น” ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่าพัดลมไอเย็นทำความเย็นได้ดีรู้สึกสดชื่นเหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จ เมื่อเทียบกับพัดลมชนิดอื่นๆ แล้วทั้งเย็นแถมยังประหยัดไฟอีกด้วยค่ะ

ขอบคุณที่มา: https://www.beautyhunter.co.th

มาทำความรู้จักพัดลมไอเย็นกันเถอะ

มาทำความรู้จักพัดลมไอเย็นกันเถอะ

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของ พัดลมไอเย็น แต่ยังไม่รู้จักว่า พัดลมไอเย็นคืออะไร และต่างจากพัดลมทั่ว ๆ ไปตรงไหน ซึ่งหากคุณกำลังคิดว่า พัดลมไอเย็น ก็คือ พัดลมไอน้ำ ที่จริงแล้วผิดถนัดเลยจ้า วันนี้ Masterkool จึงขอนำข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับพัดลมไอเย็นมาฝากให้ได้รู้จักและเข้าใจ จะได้ตัดสินใจเลือกพัดลมได้ไม่ผิดความต้องการค่ะ

พัดลมไอเย็นหรือเครื่องทำลมเย็น (Evaporative Air Cooler) เป็นทางเลือกใหม่ของเทคโนโลยีแบบประหยัดพลังงาน โดยใช้หลักการ Evaporation ในการระเหยของน้ำ เป็นตัวรับความร้อนจากอากาศทำให้ลมที่ได้มีอุณหภูมิลดต่ำลง และปราศจากละอองน้ำ ไม่ต้องใช้คอมเพรสเซอร์หรือสารทำความเย็นจึงช่วยประหยัดไฟ

วัตถุประสงค์ของการใช้งาน

  1. ใช้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำงานภายในโรงงาน บริษัท หรือพื้นที่พักผ่อน บ้านพักอาศัย
  2. เพื่อลดอุณหภูมิในพื้นที่ทำงาน 5-10 องศา โดยการจ่ายลมเย็นไปยังบริเวณพื้นที่เป้าหมายโดยตรง
  3. เพื่อป้องกันอากาศร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร
  4. เพิ่มการระบาย หมุนเวียนอากาศภายในอาคาร ให้อากาศบริสุทธิ์ (Fresh Air)
  5. เพื่อสร้าง Positive Pressure ป้องกันฝุ่นละออง สิ่งเจือปน กลิ่น และแมลง
  6. เพื่อประหยัดลดต้นทุนค่าไฟฟ้า เมื่อเทียบกับการทำความเย็นระบบปรับอากาศทั่วไป (Air Condition)

ข้อดีของพัดลมไอเย็น

  • ลดอุณหภูมิได้ 4-10 องศาเซลเซียส
  • ไม่มีละอองน้ำ
  • ไม่ทำให้อับชื้น
  • ได้ลมเย็นสดชื่น เหมือนลมธรรมชาติ
  • ใช้ได้ทั้งในพื้นที่เปิดและปิด
  • ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ประหยัดไฟ
  • ประหยัดน้ำ เพราะมีการหมุนเวียนน้ำในระบบ
  • บำรุงรักษาง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย